นโยบายความเป็นส่วนตัว
ข้อมูลที่จัดเก็บ วัตถุประสงค์ในการใช้งาน ระยะเวลาการจัดเก็บ และสิทธิของเจ้าของข้อมูล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
1. ข้อมูลที่องค์กรจัดเก็บ
ข้อมูลบัญชี
- ชื่อ-นามสกุล และอีเมล
- ชื่อตามเอกสารราชการ สำหรับจัดพิมพ์ลงในใบรับรอง
- ประเทศ
- รหัสผ่านที่ผ่านการเข้ารหัสทางเดียว โดยองค์กรมิได้จัดเก็บและไม่สามารถอ่านรหัสผ่านของผู้ใช้ได้
- ข้อมูลการตั้งค่าการยืนยันตัวตนสองขั้น
ข้อมูลการทดสอบ
- ประวัติการซื้อสิทธิ์เข้าสอบ การจองรอบการทดสอบ และการเข้ารับการทดสอบ
- คำตอบและคะแนน
- พฤติกรรมระหว่างการทดสอบ — เวลาที่ใช้ต่อข้อ การสลับหน้าต่างหรือแท็บ การออกจากโหมดเต็มจอ หมายเลขไอพี และข้อมูลเบราว์เซอร์
- บันทึกคำสั่งที่พิมพ์ในเครื่องระหว่างภาคปฏิบัติ
องค์กรขอแจ้งการบันทึกพฤติกรรมไว้ ณ ที่นี้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และผู้เข้ารับการทดสอบพึงมีสิทธิรับทราบก่อนตัดสินใจเข้ารับการทดสอบ ทั้งนี้ องค์กรจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของใบรับรอง และใช้ประกอบการพิจารณาเฉพาะในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริตเท่านั้น
ข้อมูลการชำระเงิน
องค์กรใช้ Stripe เป็นผู้ให้บริการรับชำระเงิน องค์กรมิได้เห็นและมิได้จัดเก็บหมายเลขบัตรของผู้ใช้ โดยข้อมูลบัตรจะถูกส่งตรงไปยัง Stripe ในการนี้ ระบบขององค์กรจัดเก็บไว้เพียงหมายเลขรายการและสถานะการชำระเงิน
เอกสารยืนยันตัวตน
ในกรณีที่มีการขอรีเซ็ตการยืนยันตัวตนสองขั้น องค์กรจำเป็นต้องขอสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชี โดยเอกสารดังกล่าวใช้เพื่อการยืนยันตัวตนเท่านั้น และองค์กรจะลบทิ้งภายใน 90 วันภายหลังการดำเนินการแล้วเสร็จ
2. วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล
- เพื่อให้บริการการทดสอบและออกใบรับรอง
- เพื่อยืนยันตัวตนและรักษาความปลอดภัยของบัญชี
- เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของการทดสอบและตรวจสอบการทุจริต
- เพื่อส่งอีเมลที่จำเป็นต่อการใช้บริการ เช่น การยืนยันอีเมล การยืนยันสิทธิ์เข้าสอบ ผลการทดสอบ และใบรับรอง
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและการตรวจสอบทางบัญชี
องค์กรมิได้จำหน่ายข้อมูลของผู้ใช้ให้แก่บุคคลที่สาม และมิได้ส่งอีเมลทางการตลาดโดยที่ผู้ใช้มิได้ให้ความยินยอมไว้ก่อน
3. ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูล
- ข้อมูลบัญชี — ตลอดระยะเวลาที่ยังใช้งาน และอีก 1 ปีภายหลังปิดบัญชี
- ผลการทดสอบและใบรับรอง — จัดเก็บถาวร เนื่องจากต้องใช้ยืนยันความถูกต้องของใบรับรองต่อผู้ว่าจ้างในอนาคต
- บันทึกพฤติกรรมระหว่างการทดสอบและคำสั่งในเครื่อง — 2 ปี แล้วจึงลบทิ้ง โดยจัดเก็บไว้เท่าที่จำเป็นสำหรับระยะเวลาการอุทธรณ์และการตรวจสอบย้อนหลัง
- เอกสารยืนยันตัวตน — 90 วัน
- บันทึกการชำระเงิน — ตามระยะเวลาที่กฎหมายบัญชีและภาษีกำหนด
4. การเปิดเผยข้อมูล
- Stripe — ประมวลผลการชำระเงิน
- Cloudflare — ป้องกันการโจมตีและส่งข้อมูลหน้าเว็บ
- หน่วยงานของรัฐ เมื่อมีคำสั่งตามกฎหมาย
หน้าใบรับรองเป็นหน้าสาธารณะ — ผู้ที่สแกนรหัส QR บนใบรับรองสามารถดูชื่อผู้ถือใบรับรอง ชื่อหลักสูตร วันที่ออก วันหมดอายุ และสถานะได้ ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของใบรับรอง ทั้งนี้ องค์กรขอแจ้งไว้อย่างชัดเจนเพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด โดยหน้าใบรับรองไม่แสดงคะแนน
5. สิทธิของเจ้าของข้อมูลตาม PDPA
- ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
- ขอแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
- ขอลบข้อมูล
- ขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
- คัดค้านการประมวลผล
- ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อจำกัดที่พึงแจ้งให้ทราบ — ในกรณีที่ผู้ใช้ขอลบข้อมูลผลการทดสอบและใบรับรอง องค์กรจะดำเนินการให้ตามคำขอ อย่างไรก็ตาม ผลที่ตามมาคือใบรับรองจะไม่สามารถตรวจสอบได้อีกต่อไปและให้ถือว่าสิ้นผล เนื่องจากใบรับรองที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ย่อมไม่มีมูลค่า องค์กรจึงจัดเก็บข้อมูลชุดนี้ไว้ตราบเท่าที่ใบรับรองยังมีผลบังคับ
6. ความปลอดภัย
- องค์กรบังคับใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นกับทุกบัญชี
- องค์กรเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการส่งด้วย HTTPS ทั้งหมด
- ฐานข้อมูลสามารถเข้าถึงได้จากเครื่องภายในเท่านั้น โดยมิได้เปิดสู่อินเทอร์เน็ต
- ห้องปฏิบัติการของผู้เข้ารับการทดสอบแยกขาดจากกันและจากระบบหลัก
- องค์กรจัดเก็บบันทึกการเข้าถึงข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบไว้เพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
7. คุกกี้
องค์กรใช้คุกกี้เท่าที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบ ได้แก่ คุกกี้สำหรับคงสถานะการเข้าสู่ระบบ และคุกกี้ด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันการปลอมแปลงคำขอ ทั้งนี้ องค์กรมิได้ใช้คุกกี้เพื่อการโฆษณาหรือการติดตามข้ามเว็บไซต์
8. การติดต่อองค์กร
ในกรณีที่ประสงค์จะใช้สิทธิตาม PDPA หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่หน้า ติดต่อเรา